วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2562

ทรอมโบน

สวัสดีครับ พมกันอีกแล้วนะครับ วันนี้ผมมีเครื่องดนตรีสากลประเภทเครื่องลมทองเหลือง มาให้ทุกคนได้รู้จักกัน  คือ ทรอมโบน


ทรอมโบน (Trombone)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ทรอมโบน


ทรอมโบน (Trombone) เป็นเครื่องดนตรีสากลประเภทเครื่องเป่าทองเหลือง มีคันชักใช้สำหรับเปลี่ยนระดับเสียง โดยมากจะใช้ในวงโยธวาทิต วงดนตรีลูกทุ่ง รวมทั้งวงซิมโฟนีออร์เคสตรา ในวงดนตรี ทรอมโบนจะทำหน้าที่ประสานเสียงในกลุ่มแตรด้วยกัน
ทรอมโบน เป็นแตรซึ่งใช้มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 ในพิธีศาสนาและพิธียุรยาตราร่วมกับแตรโบราณ ทรอมโบนประกอบด้วยท่อลมสวมซ้อนเลื่อนเข้า – ออกได้ (Telescopic slide) ขนาดยาวโค้งได้สองทบ สองในสามของท่อลมนี้เป็นท่อทรงกระบอกเช่นเดียวกับ ทรัมเปตส่วนที่เหลือค่อย ๆ บานออกเป็นปากลำโพง ส่วนที่เป็นท่อลมทรงกระบอกจะเป็นท่อสองชั้นสวมกันไว้ในลักษณะรูปตัว U เลื่อนเข้าออกเพื่อปรับระดับเสียง เมื่อเลื่อนออกจะยาวประมาณ 9 ฟุต แต่เมื่อเลื่อนเข้า จะเหลือเพียง 3 ฟุตเศษ
ทรอมโบนเป็นเครื่องดนตรีประเภทท่อทรงกระบอก (Cylindrical Bore) กล่าวคือมีท่อลมที่ขนาดคงที่เกือบทั้งเครื่อง ทำให้มีเสียงที่แข็งและกระด้าง ไม่นิ่มนวลเหมือนฮอร์นหรือยูโฟเนียม แต่ในบางรุ่นอาจมีการขยายขาหนึ่งของ Slide ให้ใหญ่กว่าอีกขาหนึ่ง ทำให้เสมือนหนึ่งเป้นเครื่องดนตรีทรงกรวย (Conical Bore) และให้เสียงที่นุ่มขึ้น
ประเภทของทรอมโบน

Soprano Trombone หรือ Slide Trumpet มีระดับเสียงสูงมาก คีย์ Bb ซึ่งจะสูงกว่าคีย์ Bb ของทรอมโบรนทั่วไปอยู่ 1 Octave
Alto Trombone มีระดับเสียงสูงที่สุด คีย์ Eb หรือ Eb/Bb alto trombone จะมีช่วงตำแหน่งของ Slide ที่สั้นกว่า Tenor และ bass trombone ขนาดท่อลมของ alto trombone จะคล้ายกับ tenor trombone แต่จะมีขนาดเล็กกว่า ปรมาณ 0.450"-0.500" และ bell ประมาณ 6.5" หรือ 7.5"
Tenor Trombone มีระดับเสียงต่ำกว่า Alto มีคีย์เสียง Bb เป็นทรอมโบนมาตรฐานที่ใช้กันมากที่สุดในวงทุกประเภท และเป็นที่เริ่มนิยมอย่างมากในช่วงกลางของศตวรรษที่ 19 ในอังกฤษ และ ฝรั่งเศส สำหรับบางเครื่องจะมี Valve สำหรับใช้เปลี่ยนคีย์เสียงของเครื่องทรอมโบนลงไปเป็นคีย์ F (คู่ 4 Perfect) และปิดช่องว่างระหว่าง Bb1 และ E2 ของทรอมโบนทั่วไป ทรอมโบนชนิดนี้อาจเรียกชื่อว่า Trombone แบบนี้ว่า Tenor-Bass Trombone หรือ Bb/F Trombone หรือบางครั้งเรียก Trombone with F-attachment มักมีขนาดปากแตรที่ 7½ ถึง 8½ นิ้ว
Marching Trombone คือ Tenor Trombone คีย์ Bb ที่ใช้วาล์วแทนสไลด์เพื่อไม่ให้เกะกะ เป็นทรอมโบนที่ออกแบบให้เครื่องมีขนาดสั้นและน้ำหนักเบา สำหรับใช้ในวงโยธวาทิตเท่านั้น
Bass Trombone มีคีย์หลักที่ Bb และมีความยาว 9 ฟุตเช่นเดียวกับ Tenor Trombone แต่มีขนาดท่อลมที่ใหญ่กว่าเพื่อให้เสียงที่หนักกว่าและนุ่มกว่า มักมีเส้นผ่านศูนย์กลางท่อลม (Bore Size) ที่ใหญ่กว่า Tenor Trombone เช่น 0.562" หรือ 0.580" และมีขนาดปากแตร (Bell) ตั้งแต่ 9 ถึง 10½ นิ้ว โดยทั่วไปมักมี Valve สำหรับเปลี่ยนคีย์ลงไปที่ F และสำหรับบางเครื่องอาจมี Valve อีกตัวซึ่งสามารถเปลี่ยนเสียงให้ต่ำลงอีกเป้นคู่ 3 Minor หรือ 3 Major (แล้วแต่รุ่น) ทำให้สามารถผสมคีย์ได้หลากหลาย เช่น Bb/F/Gb/D, Bb/F/G/Eb, Bb/F/D และ Bb/F/Eb
เบสทรอมโบนสมัยใหม่เป็นรุ่นพัฒนาของ Tenor Bass Trombone ซึ่งถูกขยายท่อลมและขนาดปากแตกให้ใหญ่ขึ้นในภายหลัง
ในอดีตเคยมี Bass Trombone ในคีย์ F G และ Eb เช่นกัน แต่เสื่อมความนิยมลงหลังจากมีการประดิษฐ์ Tenor Bass Trombone ซึ่งสามารถคลุมช่วงเสียงที่ในอดีตจำเป้นต้องใช้ทรอมโบนเหล่านี้ได้ทั้งหมด
Contrabass Trombone มีระดับเสียงต่ำกว่า Bass Trombone มีทั้งความยาว 18 นิ้ว คีย์ Bb และความยาว 12 นิ้ว คีย์ F แต่ในปัจจุบัน F เป็นที่แพร่ นิยมคือระหว่าง 0.567" กับ 0.580"
Valve Trombone มีระดับเสียงเท่ากับ Tenor Trombone คีย์ Bb แต่ใช้ Valve เปลี่ยนเสียงแทนสไลด์ นิยมใช้ในวง Jazz หรือ Marching
Superbone เป็นการผสมผสานระหว่าง Valve และ Slide ปรากฏในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เคยรู้จักกันในชื่อ Valide Trombone นิยมใช้ในหมู่นักดนตรี jass ในปัจจุบันมักเรียกกันว่า Superbone

วิดีโอตัวอย่าง การเล่นทรอมโบน






ทรัมเป็ต

สวัสดีครับทุกๆคน เจอกันอีกแล้วนะครับ วันนี้ผมมีเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง ประเภทเครื่องทองเหลืองเสียงสูงมาให้ทุกคนได้ชมกัน ไปชมกันเลยครับผม


Trumpet

ทรัมเป็ต (Trumpet)
ทรัมเป็ต เป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง ประเภทเครื่องลมทองเหลืองเสียงสูง (High Brass) ทรัมเป็ตถือได้ว่าเป็นเครื่องดนตรีที่เก่าแก่ที่สุดชิ้นหนึ่ง ย้อนไปตั้งแต่สมัย 1500 ปีก่อน ค.ศ. มันถูกสร้างขึ้นมาจากทองเหลืองหล่อเป็นท่อกลวง แล้วนำมางอ ครั้ง เป็นลักษณะคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า เล่นโดยเป่าลมเข้าไปในเครื่องโดยที่ริมฝีปากยังปิดอยู่ ปากเม้มตึง ทำให้เกิดเสียงหึ่งๆ เหมือนผึ้งร้อง (buzzing sound) ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของการสั่นสะเทือนของอากาศภายในทรัมเป็ต
ทรัมเป็ตมีหลายชนิด ที่ธรรมดาที่สุดคือ Bb ทรัมเป็ต ทรัมเป็ตรุ่นก่อนจะไม่มีลูกสูบ แต่สมัยปัจจุบันมีถึง ลูกสูบ ซึ่งลูกสูบมี ชนิด คือ Piston valves กับ Rotary valves แบบ Piston Valves จะนิยมและพบเห็นมากสุดในปัจจุบัน แต่ละลูกสูบจะเพิ่มระยะของท่อเมื่อกด ข้างในลูกสูบที่เราเห็นเป็น รูๆ เมื่อเรากดลูกสูบ กระแสลมจะผ่านคนละแบบตามแต่ระยะท่อ เสียงที่ออกมาจึงไม่เหมือนกัน ทรัมเป็ตเข้าได้กับดนตรีหลายประเภท ทั้งคลาสสิกและแจ๊ส
ประวัติ

ทรัมเป็ตยุคแรกเริ่มอยู่ในสมัย 1500 ปีก่อนคริสตกาล คือ ทรัมเป็ตบรอนซ์และเงินจากหลุมศพของตุตันคาเมนแห่งอียิปต์ Bronze lurs จากสแกนดิเนเวีย ทรัมเป็ตโลหะจากจีน หรือจากอารยธรรม Oxus (3 พันปีก่อนคริสตกาล) ทางเอเชียกลางมีการเพิ่มขนาดตรงส่วนกลางของเครื่องด้วย ทั้งที่ทำจากโลหะเพียงแผ่นเดียว ถือเป็นเทคนิคที่น่าทึ่งมาก ทรัมเป็ตในยุคก่อนมักจะใช้ในการทหารมากกว่าความเพลิดเพลิน และ Bugle ก็ตอบสนองจุดนี้ได้ดีทีเดียว
ในยุคกลาง นักทรัมเป็ตถือเป็นบุคคลสำคัญของกองทัพที่ต้องได้รับการอารักขาอยากเข้มงวด เพราะถือเป็นคนที่คอยส่งคำสั่งหรือข้อความให้กับกองกำลังอื่นๆ ในกองทัพ
การพัฒนารูปร่างของเครื่องดนตรีและชนิดของโลหะเริ่มขึ้นในช่วงท้ายของยุคกลาง และยุคเรเนอซองส์ ทำให้ทรัมเป็ตรุ่งเรืองขึ้นมาในฐานะ เครื่องดนตรี” ทรัมเป็ตในยุคนี้มีเพียง ขด ไม่มีลูกสูบ ในยุคบาโรค เรียกได้ว่าเป็น ยุคทองของทรัมเป็ต” เลยทีเดียว ช่วงนี้เพลงถูกเขียนขึ้นมาสำหรับ Virtuoso trumpeters อีกครั้งในช่วงกลางของศตวรรษที่ 20 การเล่นทรัมเป็ตแพร่หลายไปทั่วโลก ผู้เล่นส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จก็ใช้ทรัมเป็ตที่ออกแบบมาในยุคบาโร้ค

โครงสร้างของทรัมเป็ต
ทรัมเป็ตประกอบด้วยทองเหลือง งอสองครั้งคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทั้งทรัมเป็ตและทรอมโบนมีส่วน Bore ที่ลักษณะเป็นทรงกระบอกเพื่อเสียงที่ใสและดังกังวาน Bore เป็นส่วนที่ค่อนข้างซับซ้อนมาก เล็กที่สุดที่ส่วนประกอบเมาท์พีซและใหญ่สุดที่ปลายของ Bell ที่แผ่ออก การออกแบบที่ซับซ้อนและระมัดระวังนี้ก็เพื่อคุณภาพเสียงสูงต่ำของเครื่องดนตรี ถ้าจะให้เปรียบเทียบ Cornet และ Flugelhorn มี bore ที่ค่อนข้างจะเป็นทรงกรวยมากกว่าจึงให้เสียงที่สุขุมมากกว่า ขนาดของ bore อยู่ระหว่าง 0.430 – 0.472 นิ้ว มีขนาดกลาง ค่อนข้างใหญ่ และใหญ่ แล้วแต่ผู้ผลิตแต่ละราย
เหมือนกับเครื่องทองเหลืองอื่นๆ ที่ทำให้เกิดเสียงโดยการเป่าลมผ่านริมฝีปากที่เม้มบาง ทำให้เกิดเสียงเหมือนผึ้งร้องหึ่งๆ จากกำพวด ทำให้เกิดกระแสอากาศข้างในเครื่อง ผู้เล่นสามารถกำหนดระดับเสียงโดยการเปลี่ยนช่องที่ริมฝีปาก และแรงดัน (เรียกว่า Embouchure) เมาท์พีซมีขอบเป็นวงกลมซึ่งสะดวกต่อการสั่นสะเทือนเมื่ออยู่ติดกับริมฝีปาก ตรงขอบเป็นรูปถ้วยที่ช่องอากาศเล็กมาก ซึ่งส่วนปลายจะพอดีที่จะใส่เข้าไปกับตัวเครื่อง ทั้งสามส่วนของเมาท์พีซมีผล ต่อเสียงและคุณภาพเสียง ความยากง่ายของการเล่น และความสบายของคนเป่า โดยทั่วไปแล้วยิ่งกว้างและลึกเท่าไหร่ เสียงที่ได้ก็จะยิ่งทึบมากขึ้นเท่านั้น
 
วีดีโอตัวอย่าง การเล่นทรัมเป็ต



ที่มา : https://sites.google.com/site/musicalesintru/brass-in/trumpet?tmpl=%2Fsystem%2Fapp%2Ftemplates%2Fprint%2F&showPrintDialog=1

ฟลุต

สวัสดีครับผม วันนี้ผมจะพาไปรู้จักกับเครื่องดนตรีสากลประเภทเครื่องลมไม้ ไปดูกันครับว่าเป็นเครื่องดนตรีชนิดไหน ไปเลย!!


Flute

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ฟลุต

ฟลุต (Flute)
ฟลุต เป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีแรก ๆ ของโลก ฟลุตที่เป่าตามแนวนอนพบครั้งแรกที่ประเทศจีนเมื่อ 900 ปีก่อน คศ. ฟลุตได้ไปถึงยุโรปเมื่อราวปี ค.ศ. 1100 ฟลุตในช่วงปี ค.ศ. 1700 นั้นผลิตจากไม้และมีคีย์ 1-4 คีย์ ในศตวรรษที่ 19 จำนวนคีย์ได้เพิ่มเป็น คีย์
ในปี ค.ศ. 1832 ผู้ผลิตเครื่องดนตรีชาวเยอรมันชื่อ Theobald Boehm ได้คิดค้นระบบการวางนิ้วของฟลุทใหม่ และเปลี่ยนวัสดุที่ใช้ผลิตจากไม้เป็นโลหะ ทำให้ฟลุทสามารถเรียนรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้นและเสียงเจิดจ้าขึ้น ระบบเดียวกันนี้ยังถูกนำไปประยุกต์ใช้กับ โอโบ คลาริเน็ต และแซกโซโฟนด้วย
 
ประเภทของฟลุต
ฟลุตมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับแหล่งที่มา โดยพื้นฐานแล้วฟลุตก็คือ ท่อปลายเปิดที่ถูกเป่าให้มีเสียง (เหมือนการเป่าขวด) เมื่อมีความต้องการการเครื่องดนตรีที่มีความสามารถมากขึ้น ได้ทำให้เกิดการพัฒนาจนเกิด ฟลุตตะวันตก ซึ่งมีกลุ่มของแป้นกดที่มีความซับซ้อน
ฟลุตถูกแบ่งเป็นหลายประเภท โดยส่วนใหญ่ผู้เล่นจะเป่าไปที่ขอบของฟลุตเพื่อให้เกิดเสียง อย่างไรก็ตาม ฟลุตบางประเภทอย่างเช่น ขลุ่ยนกหวีด จะมีท่อนำลมไปยังขอบ ซึ่งทำให้ง่ายต่อการเล่น แต่จะทำให้ไม่สามารถควบคุมลักษณะของเสียงได้เช่นเดียวกับการผิว โดยปรกติแล้ว ขลุ่ยจะไม่ถูกเรียกว่าฟลุต ถึงแม้ว่ากายภาพ วิธีการ และเสียง จะคล้ายกับฟลุตก็ตาม
การแบ่งประเภทอีกแบบหนึ่งก็การแบ่งระหว่าง การเป่าด้านข้าง (Transverse) และการเป่าจากส่วนบน
กลุ่มหลัก ๆ ของฟลุตประกอบไปด้วย ปิคโคโล คอนเสิร์ทฟลุต อัลโตฟลุต เบสฟลุต คอนทราเบสฟลุต ซึ่งแต่ละชนิดจะมีช่วงของเสียงแตกต่างกัน ปิคโคโลจะมีเสียงสูงกว่าฟลุต ไป คู่แปด แต่การเขียวโน้ตจะเขียนเช่นเดียวกับคอนเสิร์ทฟลุต อัลโตฟลุตจะให้เสียง G (ซอล) ซึ่งต่ำกว่า C (โด) กลาง เสียงสูงที่สุดที่อัลโตฟลุตจะเล่นได้คือ G (ซอลสูง) เบสฟลุตจะให้เสียงต่ำกว่าคอนเสิร์ทฟลุตอยู่ คู่แปด เป็นฟลุตที่ไม่ค่อยถูกนำมาเล่น มีทั้ง ฟลุตเสียงสูง ที่ให้เสียง G (ซอล) ที่ให้เสียงสูงกว่า อัลโตฟลุตอยู่ คู่แปดโซปราโนฟลุตเทเนอร์ฟลุต ฯลฯ โดยฟลุตที่มีขนาดแตกต่างจาก ฟลุต และ ปิคโคโล บางครั้งจะถูกเรียกว่า ฮาร์โมนีฟลุต
วัสดุที่ใช้ทำฟลุต
- นิเกิล ใช้ทำฟลุตระดับนักเรียน หรือสำหรับผู้หัดเล่น ฟลุตทำจากวัสดุประเภทนี้จะมีราคาถูก มีการตอบสนองต่อการสั่นสะเทือนต่ำ ให้เสียงที่ทึบ
- นิเกิล-ซิลเวอร์ เกิดจากการนำทองแดงผสมนิเกิล และโลหะอื่นๆอีกเล็กน้อยตามที่ผู้ผลิตต้องการ โลหะชนิดนี้ไม่มีเงินผสมอยู่ แต่มีสีเหมือนเงิน จึงเรียกว่า
นิเกิล-ซิลเวอร์ และมักถูกเคลือบด้วยเงินอีกชั้น ฟลุตชนิดนี้ให้เสียงที่สว่าง การตอบสนองดี ราคาสูงกว่าแบบนิเกิล
             - เงิน (Silver, Stiring Silver) ให้การตอบสนองและการโปรเจกต์เสียงที่ดีกว่านิเกิ้ลซิลเวอร์ ราคาแพงกว่าแบบนิเกิล-ซิลเวอร์มาก
 
 
ส่วนประกอบฟลุต (Concert Flute)
1.            Headjoint หรือที่เรียกว่าปากเป่า เป็นตัวกำเนิดเสียง ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้
-                   Reflector อยู่ด้านในสุดของรูเป็นตัวสร้างเสียง
-                   Lip Plate เป็นส่วนวางปาก ซึ่งบน Lip Plate จะมีปากเป่า (Embouchure) เป็นส่วนให้ผู้เล่นผิวลมเข้าไป
2.            Crown เป็นส่วนที่อยู่บนสุดของฟลุต สามารถหมุนออกเพื่อปรับ Refector ได้
3.            Body เป็นส่วนควบคุมเสียง โดยมีส่วนคีย์และกลไกในการเล่น อาจจะมีกลไกเพิ่มเติมเช่น E Mechanism
4.            Foot คือส่วนหางมี ประเภทคือ C Foot และ B Foot โดยฟลุตที่เป็น C Foot จะเล่นเสียงต่ำสุดได้คือ Middle C และฟลุตที่เป็น B Foot จะเล่นเสียงต่ำสุดได้คือเสียง B (ต่ำกว่า Middle C 1 เสียง) ฟลุตที่เป็น B Foot จะราคาแพงกว่า ยาวกว่า และหนักกว่า C Foot
 
ตัวอย่างวีดีโอการเล่นฟลุต



ปิคโคโล

ปิคโคโล ได้ยินชื่อแบบนี้อย่าคิดว่าเป็นชื่อของปิคกีต้าร์กันนะครับ  วันนี้ผมพามารู้จักกับปิคโคโล เครื่องดนตรีสากล ประเภทเครื่องเป่าลมไม้ มาทำความรู้จักกับเจ้า ปิคโคโลกันเลยนะครับ


ปิคโคโล (Piccolo)
            ปิคโคโล เป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่า เล็ก จิ๋ว (tiny) ความจริงแล้ว พิ๊กโคโล่ ก็จัดว่าเป็นเครื่องดนตรีในตระกูลเดียวกับฟลุ๊ต ดังนั้น บางครั้งในภาษาอิตาเลียน ก็มักจะเรียกชื่อเต็ม ๆ ว่า Flauto Piccolo หรือ ฟลุ๊ตที่มีขนาดเล็ก เช่นเดียวกับกรณีเครื่องดนตรีอื่น ๆ เช่น ไวโอลินที่มีขนาดเล็กกว่าและให้เสียงสูงกว่าไวโอลินปกติ ก็จะเรียกว่า Violino Piccolo เป็นต้น
 
            ปิคโคโล เป็นเครื่องดนตรีในกลุ่มเครื่องลมไม้ เป็นเครื่องดนตรีในตระกูลฟลุท ลำตัวมีทั้งทำด้วยไม้ โลหะ และเรซิน วิธีการเป่าจึงเหมือนกับการเป่าฟลุท ปิคโคโลมีระดับเสียงสูงกว่าฟลุทอยู่ ช่วงคู่แปด มีขนาดเล็กกว่าฟลุท เท่า จึงทำให้มีคุณภาพเสียงที่สดใสและแหลมมาก เสียงในระดับต่ำของปิคโคโลจะดังไม่ชัดเจน ปิคโคโลจึงเหมาะที่จะใช้ในการเล่นในระดับเสียงกลาง และเสียงสูงมากกว่าในระดับเสียงต่ำ เครื่องดนตรีที่มีเสียงแหลมเหมือนปิคโคโล ซึ่งอยู่ในตระกูลฟลุทมีอีกหลายชนิด เช่น Panpipes , Recorder เป็นต้น
 

ตัวอย่างวีดีโอการเล่นปิคโคโล


ที่มา : https://sites.google.com/site/musicalesintru/woodwing-instru/piccolo


รีคอร์เดอร์

สวัสดีครับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่เข้ามาชม วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปรู้จักกับประวัติของขลุ่ยรีคอร์เดอร์กันนะครับ


ประวัติขลุ่ยรีคอร์เดอร์

                ขลุ่ยรีคอร์เดอร์ เป็นขลุ่ยที่มีปลายส่วนปากเป่าเป็นลักษณะคล้ายนกหวีด มีเสียงนุ่มนวล บางเบา นิยมเล่นกันมาตั้งแต่ยุคบาโรค (ช่วงปี ค.ศ. 1600-1750)  ซึ่งขลุ่ยรีคอร์เดอร์ที่เราเล่นกันอยู่ก็มาจากช่วงยุคบาโรคนี่เอง และได้รับการปรับปรุงใหม่   จะนุ่มนวลบางเบา สดใสจัดอยู่ในตระกูล ขลุ่ยรีคอร์เดอร์
         เกิดใหม่ในช่วงศตวรรษที่ 20 และยังคงได้รับความนิยมเรื่อยมา จนถึงปัจจุบัน


ภาพการบรรเลงขลุ่ยรีคอร์เดอร์ของนักเรียนในต่างประเทศ
                    ขลุ่ยรีคอร์เดอร์เป็นเครื่องดนตรีประเภทลมไม้ (Woodwind instrument) ที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่
            ยุคก่อนประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ เพราะมีการค้นพบหลักฐานมากมายเกี่ยวกับเครื่องดนตรีประเภทนี้


ขลุ่ยรีคอร์เดอร์

                        กล่าวคือ ต้นตระกูลของขลุ่ยรีคอร์เดอร์ เป็นเครื่องดนตรีที่มีลักษณะคล้ายนกหวีด คือเป็นขลุ่ยประเภทที่เป่าลมเข้าไปแล้ว มีทางบังคับลมให้ตรงไปที่ส่วนที่เป็นจุดกำเนิดเสียง ทำให้เสียงที่เกิดขึ้นนั้นมีความใส ความชัดเจน แน่นอนและแม่นยำ
                    ทุกครั้งที่เป่าให้คิดถึงเวลาเป่านกหวีดก็มีลักษณะคล้ายกัน คือ เป่าลงไปแล้วมีช่องทางบังคับลมที่เป่าให้ออกไปทางเดียวกันอย่างแม่นยำทุก ครั้ง เสียงที่ได้จึงไม่มีความเพี้ยนหรือ มีความเพี้ยนน้อยมาก
           ( ความเพี้ยนในความหมายของเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่า คือความเพี้ยนที่อาจเกิดจากการวางปาก การวางนิ้วการบังคับทิศทางลมของผู้เล่น  หรือความเพี้ยนที่อาจเกิดจาก ลักษณะเฉพาะของเครื่องดนตรี เช่น ลิ้น นวม เป็นต้น ) ซึ่ง เครื่องดนตรีประเภทที่คล้ายนกหวีดแบบนี้ มนุษย์เรารู้จักประดิษฐ์ขึ้นมานับพันปี แล้ว จากหลักฐานที่ค้นพบก็คือ     มีการค้นพบเครื่องดนตรีที่ทำจากกระดูกแกะ ในยุคเหล็ก ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งก็มีลักษณะเป็นปากเป่าให้เกิดเสียง    มีรูปิดเปิดนิ้ว 3 -5 รู เป็นต้น

                        การที่จะกำหนดวันเวลา หรือช่วงยุคสมัยที่เกิดขลุ่ยรีคอร์เดอร์ขึ้นเป็นครั้งแรกนั้น เป็นหัวข้อที่มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง
         ในหมู่สถาบันการศึกษาต่างๆทั่วโลกโดยเฉพาะในยุโรป  ซึ่งกล่าวกันว่า  ขลุ่ยรีคอร์เดอร์ในยุค บาโรค (Baroque Age ค.ศ.1600-1750 )เป็นขลุ่ยรีคอร์เดอร์ที่มีลักษณะเหมือนกับขลุ่ยรีคอร์เดอร์  ในปัจจุบันมาก ที่สุด ในยุคบาโรค  ขลุ่ยนี้ถูกนำมาใช้เล่นทำนองหลัก ในลักษณะเดียวกับเครื่องดนตรีที่เรียกว่า ฟลู้ท (Flute)  ในวงออร์เคสตร้า คือเป็นเครื่องดนตรีที่ต้อง โซโล (Solo) นับว่า เป็นยุคที่ขลุ่ยรีคอร์เดอร์ได้รับความนิยมอย่างมาก  โดยนักแต่งเพลงคนสำคัญอย่าง บาค (Bach) ,เฮนเดล (Handel) และเทเลมาน(Telemann) เป็นต้น

                    ต่อมาในยุคศตวรรษที่ 18 (ค.ศ.1700-1800) ขลุ่ยที่มีลักษณะคล้าย Flute เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งเป็นการสะท้อน
                ถึงข้อเสียอย่างหนึ่งของขลุ่ยรีคอร์เดอร์ว่า เสียงของขลุ่ยรีคอร์เดอร์นั้น ถึงแม้จะใส ชัดเจน ความเพี้ยนน้อย แต่เนื้อเสียงก็เล็กและบางเบามาก  ขณะที่ขลุ่ย Transverse Flute นั้น เสียงดังกว่า และมีช่วงเสียงที่กว้างกว่ามาก ทำให้เหมาะกับวงออร์เคสตร้ามากกว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ ขลุ่ยรีคอร์เดอร์ก็เริ่มเสื่อมความนิยมลง มีความนิยมเล่นน้อยลง น้อยลง
            จนกระทั่ง นานๆทีจึงมีคนเล่น และหายไปเลย ในที่สุด
                        ช่วงศตวรรษที่ 19 (ค.ศ. 1800 -1900) ถูกเล่นน้อยมาก และแม้กระทั่ง วิธีทำเครื่องดนตรีชนิดนี้ ก็พลอยจะสูญหายไปด้วยเครื่องดนตรีนี้หายไปจากความนิยมของนักดนตรีและผู้ฟัง จนกระทั่งได้รับการฟื้นคืนมาสู่ความนิยมอีกครั้ง ในศตวรรษที่ 20
            โดยมาในรูปแบบการเรียนการสอนเด็กในชั้นเรียนต่างๆทั่วโลก  ซึ่งต่างก็ใช้ขลุ่ยชนิดนี้เป็นสื่อในการเรียนดนตรีในขั้นพื้นฐาน  





ที่มา : http://krerkkul.blogspot.com/2010/11/blog-post_24.html

แมนโดลิน

สวัสดีครับวันนี้กระผมจะพาทุกท่านไปรู้จักกับเครื่องดนตรีประเภทสายที่มีความไพเราะเป็นเสียงที่มีคุณภาพ เร้าอารมณ์ได้ดีโดยเฉพาะอารมณ์โศกเศร้าเกี่ยวกับความรัก ไปชมพร้อมๆกันเลยครับ


Mandolin

แมนโดลิน (Mandolin)
 
           แมนโดลิน เป็นเครื่องดนตรีในตระกูลลูท เป็นเครื่องสายที่ให้กำเนิดเสียงในระดับเสียงสูง เสียงที่เกิดจากแมนโดลินมีความไพเราะเป็นเสียงที่มีคุณภาพ เร้าอารมณ์ได้ดีโดยเฉพาะอารมณ์โศกเศร้าเกี่ยวกับความรัก แมนโดลินตั้งเสียงเท่ากันเป็นคู่ มีลูกบิดคล้ายกีตาร์ใช้ในการตั้งเสียง และมีนม (Feat) รองรับสาย เวลาเล่นจะใช้นิ้วมือซ้ายจับตัวแมนโดลินและใช้มือขวาดีด ลักษณะการดีดคล้ายการดีดกีตาร์โดยใช้เพล็คทรัม (Plectrum) หรือปิ๊กดีดไปที่สาย โดยใช้เทคนิคการดีดแบบ ทรีโมโล (Tremolo) คือการดีดสายขึ้นลงอย่างรวดเร็วติดต่อกันเพื่อให้เกิดเสียงสั่นรัว
 
           แมนโดลินมีถิ่นกำเนิดที่ประเทศอิตาลี เป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านที่เป็นที่นิยมของชาวอิตาเลียน ซึ่งเป็นที่นิยมเล่นกันอย่างแพร่หลาย ในปี ค.ศ. 1713 ได้มีผู้นำเอาแมนโดลินมาเล่นผสมในวงคอนเสิร์ตในประเทศอังกฤษ มีอยู่ ชนิด คือ
           1) Neapolitan มีความยาว ฟุต เป็นที่รู้จักทั่วไป มีสาย คู่ (สาย) ตั้งเสียงเท่ากันเป็นคู่ๆ 4 คู่ ตั้งสายเหมือนกับไวโอลิน ในระยะขั้นคู่ 5
 
 
            2) Milanese มีขนาดใหญ่กว่า Neapolitan ใช้สาย 5 - 6 คู่ (10 - 12 สาย) คอของแมนโดลินชนิดนี้มีเฟร็ทคั่นอยู่ประมาณ 12 เฟร็ท สามารถให้เสียงแบบครึ่งเสียงได้
                คีตกวีในยุคบาโร้ค ที่นำเอาแมนโดลิน มาประพันธ์เพลงที่มีชื่อเสียง คือ Antonio Vivaldi เป็น Mandolin Concerto ที่มีชื่อเสียงจำนวน บท

วีดีโอตัวอย่าง การเล่นแมนโดลิน





แบนโจ

แบนโจ ชื่อนี้คุ้นกันไหมเอ่ย เป็นเครี่องดนตรีในตระกูลลูท นิยมเล่นในกลุ่มนักร้อง นักดนตรีชาวอเมริกัน วันนี้กระผมได้นำเครื่องดนตรีชนิดนี้มาให้ทุกคนได้รู้จักกันครับ ไปรู้จักกับ แบนโจ กันเลยครับ

Banjo

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แบนโจ

แบนโจ (Banjo)
 
            แบนโจ (Banjo) เป็นเครื่องดนตรีในตระกูลลูท เล่นด้วยวิธีดีดด้วยนิ้วมือหรือดีดด้วย เพล็คทรัม (Plectrum) นิยมเล่นในกลุ่มนักร้อง นักดนตรีชาวอเมริกัน จุดเริ่มต้นที่มีผู้นำมาเล่นอยู่ในแถบแอฟริกาตะวันตก (Western Africa) เป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านของพวกนิโกร ต่อมาจึงเป็นที่แพร่หลายในหมู่อเมริกันนิโกร แล้วเผยแพร่ไปสู่ทวีปยุโรป
            แบนโจเป็นที่แพร่หลายอย่างยิ่งในหมู่นักดนตรีคันทรี่ ถือกำเนิดขึ้นโดยพวกทาสนิโกรผิวดำทางตอนใต้ ไม่ใช่พวกผิวขาวที่ใช้ร้องใช้เล่นแพร่หลายกันมากในปัจจุบันนี้ พวกนิโกรนำเอารูปแบบมาจากเครื่องดนตรีที่พวกเขาใช้เล่นกันในอาฟริกา ทีแรกก็ใช้เล่นคลอเสียงร้องที่บ่นที่ร้องกันในหมู่ทาส เล่นกันไปอย่างไม่เป็นระบบนัก อาจจะสะเปะสะปะขาดความชำนาญบ้างก็พอช่วยทดแทนอารมณ์ได้บ้าง เดิมแบนโจมี สาย
 
 
 
จนเมื่อต้นคริสตศตรรษที่ 19 สายที่ ถูกสร้างขึ้นเพิ่มบนกึ่งกลางคอแบนโจ เพื่อให้สามารถเล่นเสียงหึ่งแหบอย่างว่าเป็นเสียงสูงๆได้ ทำให้แบนโจกลายเป็นที่ต้องตาต้องใจพวกนักดนตรีบ้านนอกทางใต้ ที่ชมชอบเสียงสั่นๆ สูงๆ ของมันเป็นอย่างยิ่ง
            แม้ว่าแต่เดิมแบนโจจะถูกเล่นอย่างสะเปะสะปะขาดความชำนาญ หรือถูกดีดดึงด้วยนิ้วมือ แต่นักดนตรีคนภูเขาก็นำมันมาใช้ให้เกิดท่วงทำนอง การเล่นที่เป็นเทคนิคพิเศษเฉพาะตัวด้วยหลังเล็บมือ ซึ่งเรียกเทคนิคนี้ว่า claw–hammer style พวกเขาได้นำเอาเทคนิคนี้มาใช้เล่นเพลงเก่าๆ ที่เคยเล่นด้วย fiddle หรือซอฝรั่งมากมายหลายเพลง
            แบนโจพัฒนาอย่างมากในระหว่างปี 1940-1950 เมื่อ Earl Scruggs นำลูกเล่นหลากหลายมาใช้อย่างแพรวพรายขณะที่อยู่ร่วมกับวง Bill Monroe & The Bluegrass Boys และเมื่อเครื่องดนตรีท้องถิ่นอย่าง fiddler และ banjo ถูกนำมาเล่นร่วมกัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ดนตรีเต้นรำที่ดิบเถื่อน และแสนจะตื่นเต้นเร้าใจ  กล่องเสียงของแบนโจจะเหมือนกับหน้ากลอง มีหนังแท้หรือหนังเทียมขึงปิดอยู่ คาดรอบหรือวงรอบด้วยไม้หรือเหล็ก เพื่อให้หนังตึง มีหมุดยึดสายเช่นเดียวกับกีต้าร์ คอแบนโจมีเฟร็ท (Feat) คั่นอยู่เหมือนกับคอของกีต้าร์ สายของแบนโจมีจำนวนตั้งแต่ 4, 5 หรือ โดยทั่วไปใช้ 5 สาย

วีดีโอตัวอย่าง การเล่นแบนโจ



กิ๋ง

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน ก่อนจากกันวันนี้ ผมมีเครื่องดนตรีสากลประเภทเครื่องกระทบ ที่มีรูปทรงสามเหลี่ยมมาแนะนำให้เพื่อนๆรู้จักกันนะครับ นั้นก็...